เมื่อมีอาการปวดหัวหรือปวดอะไรใดใดก็ตาม คนส่วนใหญ่จะนึกถึงอะไร และแน่นอนคนส่วนใหญ่เมื่อมีอาการปวดก็จะนึกถึงยาพาราเซตามอล ซึ่งยาพารานี้ก็สามารถช่วยลดอาการปวดได้จริง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีหากเราทานยาพาราเยอะเกินไป ซึ่งการทานยาพาราแบบให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดก็มีวิธีการทานแบบที่ถูกต้องอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้ตัวยานี้สามารถเข้าไปรักษาได้อย่างเต็มที่ หากเราทานด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
How to ใช้ยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง
1. ในการกินยา 1 ครั้ง ใช้ยาขนาด 10-15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
2. กินครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง
3. ไม่ควรกินเกิน 8 เม็ดต่อวัน หรือ 4 กรัม/วัน
4. สามารถกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
5. ระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานของตับบกพร่องหรือน้ำหนักตัวน้อย เนื่องจากอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา
6. เป็นยารักษาตามอาการ หากไม่มีอาการปวดหรือไม่มีไข้ ไม่จำเป็นต้องกินยา
7. กรณีลืมกินยา สามารถกินได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา
กินพารามากไป ส่งผลเสียได้?
ระยะที่ 1 คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เหงื่อออก เป็นระยะสั้น ๆ โดยจะเกิดภายใน 24 ชั่วโมง
ระยะที่ 2 หลังกินยาระหว่าง 24-48 ชั่วโมง ไม่มีอาการแสดง แต่เมื่อเจาะเลือดจะพบว่าเอนไซม์ทรานซามิเนส (transaminase) เริ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่แสดงถึงการบาดเจ็บของตับ
ระยะที่ 3 หลังกินยาไปแล้ว 48 ชั่วโมง มีอาการตับอักเสบ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารอีกครั้ง มีภาวะแทรกซ้อนเหมือนตับอักเสบทั่วไป หากรุนแรงอาจมีอาการสมองเสื่อมจากโรคตับ และเสียชีวิตได้หากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที
การทานยาทุกประเภทมีข้อจำกัด
ยาพาราเซตามอลถือเป็นยารักษาอาการปวดที่คนส่วนใหญ่รู้จักและนิยมนำมาใช้กัน ซึ่งยาทุกประเภทมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ปะปนกันอยู่ หากเราทานยาในปริมาณที่เกินไปไม่เหมาะ ยาพาราเซตามอลก็สามารถให้โทษมากกว่าคุณประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน เราจึงควรที่จะทำการศึกษายาทุกประเภทก่อนที่จะทานยา เพื่อที่จะป้องกันภัยอันตรายและได้เข้าสู่ถึงประโยชน์สูงสุดนั่นเอง
